คำถามที่ พบบ่อย (FAQ)

รวมข้อสงสัยเกี่ยวกับการติดตั้งและใช้งานระบบโซล่าเซลล์

แผงโซล่าเซลล์จะรับแสงอาทิตย์และแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากนั้นส่งไปยังเครื่องอินเวอร์เตอร์ (Inverter) เพื่อแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ซึ่งเป็นไฟฟ้าแบบเดียวกับที่ใช้ในบ้าน ทำให้เราสามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้มาใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ได้ทันที

On-Grid: เชื่อมต่อกับสายส่งการไฟฟ้า ไม่มีแบตเตอรี่ (ลดค่าไฟกลางวันได้ดีที่สุด)
Off-Grid: ไม่เชื่อมต่อสายส่ง มีแบตเตอรี่ (เหมาะกับพื้นที่ห่างไกล ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง)
Hybrid: เชื่อมต่อการไฟฟ้าและมีแบตเตอรี่ด้วย (สำรองไฟตอนกลางคืนหรือตอนไฟดับได้)

แนะนำเป็นระบบ On-Grid ครับ เพราะมีจุดคุ้มทุนที่เร็วที่สุด (ประมาณ 3-5 ปี) ค่าบำรุงรักษาต่ำเนื่องจากไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ เหมาะกับบ้านที่มีคนอยู่หรือมีการเปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงเวลากลางวัน

Monocrystalline (สีดำ): ทำจากซิลิคอนบริสุทธิ์ ประสิทธิภาพสูงกว่า ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่า
Polycrystalline (สีน้ำเงิน): เกิดจากการหลอมซิลิคอน ประสิทธิภาพรองลงมา แต่ราคาประหยัดกว่า ปัจจุบันแผงแบบ Mono เป็นที่นิยมมากกว่าเพราะคุ้มค่ากับพื้นที่

อินเวอร์เตอร์เปรียบเสมือนสมองของระบบ ทำหน้าที่แปลงไฟ DC จากแผง ให้เป็นไฟ AC สำหรับใช้ในบ้าน และยังทำหน้าที่ซิงค์ไฟกับการไฟฟ้า พร้อมทั้งส่งข้อมูลการผลิตไฟขึ้นระบบ Cloud ให้เราดูผ่านมือถือได้

สามารถติดตั้งได้กับหลังคาเกือบทุกประเภท เช่น หลังคากระเบื้องซีแพคโมเนีย, เมทัลชีท, กระเบื้องลอนคู่ หรือหลังคาดาดฟ้าปูน (Slab) โดยทาง BG SOLAR จะมีอุปกรณ์จับยึด (Mounting) ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับหลังคาแต่ละประเภท เพื่อป้องกันการรั่วซึม

แผงโซล่าเซลล์ 1 แผง (รุ่น 550W ขึ้นไป) ใช้พื้นที่ประมาณ 2.5 ตารางเมตร
- ระบบ 3kW (ประมาณ 6 แผง) ใช้พื้นที่ราวๆ 15 ตร.ม.
- ระบบ 5kW (ประมาณ 10 แผง) ใช้พื้นที่ราวๆ 25 ตร.ม.

มีผลครับ ทิศที่รับแสงแดดได้ดีที่สุดในประเทศไทยคือ ทิศใต้ รองลงมาคือทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันตก หากมีความจำเป็นต้องติดทิศเหนือ พลังงานที่ได้อาจจะลดลงประมาณ 10-15%

สำหรับบ้านพักอาศัย (ระบบ 3kW - 10kW) ใช้เวลาติดตั้งที่หน้างานเพียง 1 - 3 วัน ก็สามารถเปิดทดสอบระบบได้ทันที ส่วนระยะเวลาการขออนุญาตจากการไฟฟ้าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 30 - 60 วัน (ระหว่างนี้สามารถใช้ไฟจากโซล่าเซลล์ได้โดยตั้งค่ากันย้อน)

ทางเราใช้อุปกรณ์จับยึดอะลูมิเนียมมาตรฐานสากล (ไม่ต้องเจาะกระเบื้องสำหรับหลังคาซีแพค) และมีการซีลกันน้ำด้วยซิลิโคนเกรดภายนอกอย่างดีในจุดที่มีการเจาะยึด หมดกังวลเรื่องหลังคารั่วซึม พร้อมรับประกันงานติดตั้ง

ระยะเวลาคืนทุนของระบบ On-Grid สำหรับบ้านพักอาศัยจะอยู่ที่ 3 - 5 ปี และสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ 3 - 4 ปี ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน

โดยเฉลี่ย ระบบ 3kW ลดค่าไฟได้ 1,500 - 2,000 บาท/เดือน
ระบบ 5kW ลดค่าไฟได้ 2,500 - 3,500 บาท/เดือน
ระบบ 10kW ลดค่าไฟได้ 5,000 - 6,500 บาท/เดือน
(ขึ้นอยู่กับปริมาณแดดและการดึงไฟไปใช้งานในช่วงที่มีแดด)

หากเป้าหมายหลักคือ ความคุ้มค่าและคืนทุนไว แบตเตอรี่ "ไม่จำเป็น" ครับ เพราะต้นทุนแบตเตอรี่ค่อนข้างสูงและมีอายุการใช้งานจำกัด (7-10 ปี) แนะนำให้ติดแบบ On-Grid ดึงไฟมาใช้ตอนกลางวันจะคุ้มค่าที่สุด แบตเตอรี่จะเหมาะกับบ้านที่ไฟตกบ่อยหรือต้องการไฟฉุกเฉินครับ

ได้ครับ! BG SOLAR รับบัตรเครดิตชั้นนำ สามารถผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน นอกจากนี้ยังมีบริการขอสินเชื่อโซล่าเซลล์ผ่อนระยะยาว 60-84 เดือน (Leasing) ดอกเบี้ยถูก สำหรับบ้านและภาคธุรกิจครับ

เป็นโครงการสำหรับภาคธุรกิจและโรงงาน (ค่าไฟ 1 แสนบาทขึ้นไป) ที่ทาง BG SOLAR จะเป็นผู้ลงทุนติดตั้งโซล่าเซลล์ให้ ฟรี 100% และดูแลระบบให้ตลอดสัญญา โดยลูกค้าจ่ายค่าไฟที่โซล่าเซลล์ผลิตได้ในราคาที่มีส่วนลดพิเศษ ช่วยลดต้นทุนทันทีตั้งแต่วันแรก
ไม่พบคำตอบที่คุณตามหาใช่ไหม?
สอบถามเราโดยตรง